2006/May/16

~:Last Testament Of The Century :~
~:คำสั่งเสียครั้งสุดท้ายแห่งศตวรรษ :~

เพื่อนๆที่ได้อ่าน Profile ของเราไปแล้ว บ้างก็หาว่าหรู บ้างก็หาว่ารวย แต่ที่จริงแล้วในสมัยก่อนโรงพิมพ์ใหญ่ๆหายากหน่ะนะ และบวกกับไม่ค่อยมีโรงพิมพ์มากเท่าไหร่นักเทียบกับปัจจุบันนี้รายได้มันก็จึงดีแต่กับสมัยนี้โรงพิมพ์ที่ใหญ่ๆก็มีขึ้นมาเยอะ แต่ยังไงเราก็จะไม่ลืมเลือนคำว่าเพื่อนจากพวกนาย/เธอ ไม่ว่าจะเพื่อนเก่าหรือใหม่ไปเลยนะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้เราไม่เคยเกลียดเพื่อนๆคนไหนเลยนะ แล้วเรื่องอาหารที่เรากินอีกอ่ะอย่าหาว่าเราไฮโซเลย เราก็แค่อยากใช้ชีวิตแบบไม่ซ้ำซากไม่จำเจอ่ะนะ สิ่งที่เราเกลียดก็เช่น แมลงสาป จิ้งจก ตุ๊กแก งู ตะขาบ แมงมุม แมงปอ เพียบอ่ะ

แหม๋ๆเล่นใช้คำซะเว่อร์เชียวนะพี่น้อง แต่มันก็คงเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายแล้วหล่ะนะ เพราะว่าเท่าที่เขียนมาหน่ะ เพื่อนๆแต่ละคนก็ถามว่า "ว่างจัดหรอ ไม่มีไรทำหรอ ขยันนักหรอ ฯลฯ" แต่แล้วก็คิดว่าทำไมหล่ะก็เพราะเราอยากทำนิ อยากจะหาอะไรทำใหม่ๆบ้างไม่ได้หรอ เบื่อความจำเจ ( ยกเว้นความรู้สึกนะ ) แต่ถ้าทำแล้วไม่มีคนอ่านไม่มีคนลงความเห็นมันก็นะ จึงคิดเขียนอีก 1 ชิ้นเอาให้ดีที่สุดและจะทุ่มเทสุดๆหล่ะทีนี้ อาจจะน้ำเน่าไปหน่อยนะ ว่าแล้วก็บรรเลง.....

ว่าด้วยความรู้สึกของมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม ( ความรู้สึกดีๆเท่านั้นนะ ) และมันจะทำให้เราทุกคนสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กำลังใจ ความอบอุ่น ความห่วงใย และที่สำคัญก็คือ ความรักมนุษย์เราเกิดมาจาก Gene ของพ่อและแม่อย่างละ 50 % รวมเป็น 100 %มนุษย์ทุกคนเกิดมามี 50 % และอีก 50 % มาจากความรักที่จะเป็นส่วนเติมเต็ม 100 % ไม่ว่าจะเป็นรักของพ่อแม่หรือเครือญาต และที่สำคัญคือ รักของหนุ่มสาว มันเป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมองไปทางไหนก็สวยงามทั้งนั้น ( ถ้าไม่มีเรื่องขัดใจกัน ) มันเป็นสิ่งที่ใครๆก็ปราถนาทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าหน้าตาเข้าตา แต่จะต้องเป็นจิตใจส่วนลึกๆต่างหาก ที่จะสามารถคงอยู่ได้นาน

ความรักนั้นจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายต่างรับความรู้สึกนั้นและดูแลมันอย่างดีแล้วหล่ะก็ จะส่งผลแต่สิ่งดีๆแต่ถ้าไม่รักษาความรู้สึกดีๆนั้นเมื่อไหร่แล้ว ความรู้สึกดีๆจะกลายเป็นเรื่องทุกข์ใจได้ทั้งนั้น ยังไงการให้ความรู้สึกกับใครสักคนนั้นควรจะให้ด้วยใจ ไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูปแต่ต้องเป็นความเต็มใจและตั้งใจจริงๆ ตัวแปรสำคัญอยู่ที่ตัวเราเท่านั้น ตัวเราเท่านั้นที่จะต้องเป็นคนเปิดอนาคตของตัวเอง จะดีหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวเราคนรอบข้างเป็นเพียงผู้แนะนำ

คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการอยู่คนเดียวอย่างเดียวดาย การอยู่คนเดียวนั้นมันแสนจะทรมานมากมาย คนที่ไม่เคยเจออย่าเจอก็ดีแล้วเพราะว่าเราเจอมากับตัวเองแล้ว ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจในการต่อสู้กับชีวิตในโลกใบนี้ต่อไป ความรักเป็นสิ่งที่ดีเสมอ ถ้าหากเราไตร่ตรองให้ลึกซึ้งอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะสมหวังหรือผิดหวัง แต่มันก็จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ยังไงความรักก็เป็นสิ่งที่ค้ำจุนทุกๆคน คนที่ขาดความรู้สึกนี้จะไม่มีความสุขเลยในชีวิตนี้ ขอเพียงเราได้พบความรู้สึกนั้น เราก็จะรู้จักมันเอง เพราะมันไม่มีคำตอบ

~Love Is Not Only One Day ~

~Love Is Not About When ~

~Love Is Not Has A Time ~

~Love Is Not To Control ~

~Love Is Not Comment ~

~Love Is Not Has Limit ~

~Love Is Not Waiting For Experiment ~

~Love Is Not Have A Cause ~

การจะชอบใครสักคนเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องการ สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า "รักนั้นไม่ใช่แค่วันเดียว รักไม่ต้องเกี่ยวกับเวลาไหน รักไม่ต้องกำหนดเฉพาะเวลาใดๆ รักไม่ต้องให้ใครมาควบคุม รักไม่ต้องการข้อวิจารณ์ รักไม่ต้องมีพรมแดน รักไม่ต้องรอข้อพิสูจน์ รักไม่ต้องมีเหตุผล" ถึงแม้จะพูดไม่เก่งหรือหน้าตาไม่ดี แต่ความรักก็คบกันที่ห้วงลึกของจิตใจ ไม่ต้องสวมบทใครๆทั้งนั้นเป็นตัวเรานี่หล่ะคือสิ่งที่จะทำให้รักนั้นยืนยาว

จะดีสักแค่ไหนถ้ามีคนมาคอยดูแลกายและใจของเราเหมือนที่พ่อแม่ดูแล หนทางที่มืดมนไม่มีแม้กระทั่งแสงแห่งความหวังนำทาง ได้แต่รอให้ใครสักคนมาช่วยนำทางเป็นแสงสว่างนำทางไปสู่จุดหมาย จะมีสักกี่ดวงที่คู่ควรเป็นแสงสว่างนำทางให้เรา ไม่ว่าจะมาจากมุมไหนของความมืด แต่มันก็ล้วนเป็นแสงนำทางของเรา แสงสว่างนั้นก็คือ เธอ

อ้วกกันป่าวอ่ะหรือว่าบทความของเราดีจริงๆ อิอิ Nightwish แล้วมันแต่งได้เรื่อยๆอ่ะจ้า คอยอ่านต่อนะอย่าเพิ่งเป็นลม

จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับโคคูนที่กำลังรอให้ถึงเวลาที่สมควร เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็จะออกมาจากโคคูนและกางปีกที่สวยงามออกสู่โลกภายนอกที่สวยงาม เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้งและสามารถบินไปที่ไหนก็ได้ดั่งใจปราถนาซึ่งเวลาที่เหมาะสมก็คือ การได้เจอกับใครสักคนที่เราพึงปราถนาที่สุดในชีวิต

ในการแข่งขันครั้งหนึ่งมีผู้แข่งขัน 2 คู่รักโดยเป็นการตกลงกฏกติกากันเองของชายทั้ง 2 ว่าถ้าใครแพ้ ผู้ชนะจะสั่งอะไรก็ได้หรือแม้แต่ความตาย ซึ่งชายของทั้ง 2 ทีมได้ตกลงกันด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย

เจ้าหน่ะหรอที่คิดจะเทียบรัศมีกับข้า ฝีมือก็ไม่มีมากเท่าไหร่นี่ ทำท่าดูถูก

น่ารำคาญยิ่งนัก อย่ามาปากดีไม่ว่ายังไงข้าก็จะปกป้องเจ้าหญิงของข้า พูดอย่างมั่นใจ

เรื่องฝีมือดาบของเจ้าและระดับความแรงก็ไม่เท่าไหร่นี่ได้ข่าวว่าเน้นความเร็ว

เจ้าเองก็เช่นกันระดับความเร็วของเจ้าข้าเหนือกว่าเยอะ นายเน้นความแรง

จะพล่ามอะไรก็เชิญแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้ายอมทุ่มเทปกป้องเจ้าหญิงของข้า พูดอย่างมั่นใจ

ว่าแต่เจ้าหน่ะจะรักเจ้าหญิงของเจ้า มากกว่าข้ารักเจ้าหญิงของข้ารึไง ทำท่าดูถูก

เลิกพล่ามแล้วมาสู้กันเลยดีกว่า ข้าไม่ออมมือให้หรอกนะ เจ้าพวกปลายแถว เอาปลายดาบชี้ไปที่ศัตรู

แล้วมัวรออะไรอยู่หล่ะ ข้ารอเจ้าจนเมื่อยไปหมดแล้วเนี่ย ยิ้มแบบกวนๆ

ว่าแล้วทั้ง 2 ก็สู้กันอย่างดุเดือดและดูไม่มีทีท่าว่าใครจะชนะ จนกระทั่ง.....

เชอะ! ฝีมือดีกว่าที่ข้าคิดเยอะ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ ทรุด

เจ้าก็เช่นกัน ทำไมเราไม่งัดกระบวนท่าสุดยอดมาตัดสินกันเลยหล่ะ รึเจ้าไม่กล้า ทรุด

หึหึ ! เจ้านี่น่าขันจริงๆ มีรึที่ข้าจะเก็บของดีไว้คนเดียว เดี๋ยวข้าจะเอามันออกมาให้เจ้าได้เชยชม พร้อมกับทำตาดุตาขวาง

ข้าก็ไม่ยอมแพ้เจ้าเช่นกัน ข้าจะไม่ออมมือหล่ะนะ ทำท่าเตรียมตัว

รับไปนี่คือทั้งหมดที่ข้ามี จงมอดไหม้ไปซะ ดาบเพลิงบรรลัยกัลป์ วิ่งเข้าปะทะอย่างแรง

นี่ก็คือทุกสิ่งทุกอย่างของข้า จงสลายไปซะ ดาบแห่งวายุเหนือแสง ฟาดฟันอย่างรวดเร็ว

ทั้ง 2 ปะทะกันอย่างจังแต่จะมีเพียงผู้เดียวที่จะชนะ และอีกคนต้องอับอาย

หึหึ ว่าแต่เจ้าหน่ะรักเจ้าหญิงของเจ้าขนาดไหนเชียว แล้วแกจะปกป้องเธอได้รึไง ห๋า

ฉันไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ที่แน่ๆข้ารู้ว่า ข้ารักเจ้าหญิงของข้ามาก มากกว่าใครในโลกนี้ ทำตาแบบจริงจังมาก

นักดาบทั้ง 2 หยุดสู้กัน

หึ งั้นเจ้าก็ต้องคุ้มครองเธอไปตลอดชีวิตเลยนะ ข้าไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงหรอก ถ้าข้าชนะเจ้าไปแล้วจะได้อะไรหล่ะ สิ่งที่ข้าจะพิสูจน์เจ้าก็คือ เจ้ามีปราถนาอันแรงกล้าเพียงใดที่จะปกป้องคนรักของเจ้า เจ้าชนะแล้วหล่ะ

เจ้าหยุดทำไมทั้งๆที่ ข้าไม่มีแรงเหลือแล้ว แต่เจ้ายังมี เจ้าต่างหากที่แข็งแรงและเป็นผู้ชนะ

หึ ข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าไม่ต้องการชื่อเสียงว่าเอาชนะนักดาบในตำนานอย่างเจ้าได้ แต่ที่สำคัญ เจ้าอย่ามองว่าผู้อ่อนแอจะต้องตาย ทัศนะคติของข้าหน่ะ ผู้แข็งแรงกว่าควรจะช่วยเหลือผู้อ่อนแอกว่า และทางตรงกันข้ามผู้อ่อนแอกว่าก็ต้องช่วยเหลือผู้แข็งแรงกว่า ไม่ว่ายังไงเราก็อยู่คนเดียวโดยไม่มีคนช่วยไม่ได้หรอกนะ

เจ้าบ้านี่ เจ้าเป็นคนที่ข้าจะไม่ลืมบุญคุณเจ้าเลย

อ๊ะๆ ข้าไม่ได้บอกว่าจะไว้ชีวิตเจ้านี่ ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าทิ้งเจ้าหญิงของเจ้าไป หรือว่าทำเธอเสียใจและถ้าข้ารู้หล่ะก็ ข้าจะปลี่มาหาเจ้าและเอาชีวิตของเจ้าไป เพราะในเมื่อเจ้าบอกว่า " รักมากกว่าใครในโลกนี้ " แล้วเจ้าไม่ควรทำให้เธอผิดหวังหรือร้องไห้เป็นอันขาด

เจ้าเองก็เหมือนกัน ถ้าข้ารู้ว่าเจ้ารักเจ้าหญิงของเจ้าน้อยกว่าข้าหล่ะก็ ข้าก็จะไปเอาชีวิตของเจ้าเหมือนกัน

เชอะ ! แกนี่ไม่เจียมตัวเลยนะทั้งๆที่ไม่มีแรงแล้วนะนี่

ข้าได้ลั่นว่าจาไว้แล้ว ข้าจะไม่ลืมวาจานั้นเป็นอันขาด ถ้าข้าบอกจะเอาชีวิตเจ้าข้าก็จะทำจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ได้ถ้าถึงเวลานั้นเรามาสู้กันใหม่ แต่ว่าเรื่องเจ้าหญิงของข้าหน่ะนะ ข้าไม่มีทางทิ้งเธอไปแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หวังว่าคนอย่างเจ้าจะมีอีกในโลกนี้นะ

เจ้าก็เช่นกัน หวังว่าจะมีคนที่เห็นความสำคัญของชีวิตและความรักอย่างเจ้านะ อย่าลืมที่ข้าพูดเชียวหล่ะ

หึ ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ลืมวาจาของเจ้าเลยเจ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่ดีมากคนนึง ไว้พบกัน

ว่าแล้วการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีใครเสียชีวิต จบเรื่องสั้น

ในเงาของกระจกที่แตกร้าว

ฉันเห็นภาพของเธอสะท้อน

น้ำตาไหลรินอาบใบหน้า

เธอลากนิ้วไปตามเส้นขอบของพระจันทร์ดวงใหม่

นั่นใครกันที่เรียกหาฉัน

ฉันเห็นเธอเดินจากไป

ครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉันจะคอยตามหาเธอไปทุกที่

ความมืดที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เหมือนมันทำให้สายสัมพันธ์กำลังขาดไป

ขอขอบคุณทุกๆคนที่มาอ่านและ Comment ให้ ถึงจะเป็นแค่คำขอบคุณแต่ว่ามาจากใจเลยนะ และสุดท้ายนี้ขอประกาศว่า" ปิด Blog ไม่มีกำหนดการเปิด เพราะว่าอาจจะไปเล่น Msn Space มากกว่า โดยเราก็เพิ่มลิงค์ไปแล้ว ไว้พบกันใหม่นะ "

2006/May/04

>*<ปริศนาให้ทายเล่นๆ ใครแจ๋วจริงมา>*<

ข้อ 1 )มีกลุ่มอยู่กลุ่มหนึ่งมีสมาชิกกัน 8 คน แต่ละคนจะมีชื่อและฉายาของเขา
คนแรก อลูคัส ฉายา ซูคูล่า
คนที่สอง ไอกะโซว ฉายา รัวซากิ
คนที่สาม นาคาโกะ ฉายา โอคาแคน
คนที่สี่ โคซาคุโร่ โอรุคาสก
คนที่ห้า นูริโกะ ฉายา โอกิรัน
คนที่หก คิริซาว่า ฉายา อวาซิริค
คนที่เจ็ด คิมิโกะ ฉายา โอกิมิค
คนที่แปด คิตาคิโย ฉายา ?

จับจุดของปริศนานี้ได้ก็จะง่ายนะเพคะ สู้ๆ

ข้อ 2 )ครอบครัวหนึ่งมีลูก 5 คน ( ไม่ใช่คนชื่อหนึ่งนะ ) ชื่อเล่นมีดังนี้

คนแรก จาจ๊ะคนที่สอง เลเล่ คนที่สาม นินี่ คนที่สี่โปโป้ คนที่ห้าจะชื่ออะไร

จับจุดได้ก็ไม่ยากหรอกนะเพคะ อิอิ โจมตี จู่โจม

ข้อ 3 ) จะมีการจัดงานโชว์อัญมณีขึ้นที่เมืองๆหนึ่งในระหว่าง กลางเดือนมกราคม - ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และในงานนั้นจะมีอัญมณีมูลซึ่งประมาณมูลค่าไม่ได้ชื่อได้ชื่อว่า ''EMERALD '' และแล้วก็มี่จดหมายเตือนมายังตำรวจข้อความดังต่อไปนี้

ยามที่ 1 ใน 12 นักษัตรกล่าวคำอำลาในวันสุดท้าย ของจักรวัตร Zodiac

หลังจากสิ่งที่อยู่บนธงญี่ปุ่นกลับไปยังธรณี

เมื่อนาฬิกาในกระจกชี้ไปยังตัวอักษรที่6 ของสิ่งที่จะแสดงในงานจะปรากฎตำแหน่งเวลา

ณ เวลานั้นข้าจะขอรับอัญมณีแห่งเดือน 5ไปด้วยความยินดียิ่ง

คุณรู้หรือป่าวว่า โจรจะมาเอาอะไรไปในวันที่เท่าไหร่เวลากี่โมงกันแน่

ข้อนี้อาจจะยากไปหน่อยนะเพคะพี่น้องทั้งหลาย

ข้อ 4 ) ในราชอาณาจักรแห่งหนึ่ง มีผู้มีอำนาจโดยใช้อำนาจอย่างตามใจฉัน จึงมีนักสังหารส่งจดหมายทางลูกธนูมาว่า

ข้าทนกับพฤติกรรมของเจ้าไม่ไหว ข้าจะมาพบเจ้าและสังหารเจ้า ในยามปรากฎการณ์ที่ว่าเมื่อทิวากลายเป็นราตรี เมื่อเวลานั้นข้าจะปรากฎตัวอย่างเปิดเผยต่อหน้าเจ้า

เวลาที่นักฆ่าแจ้งมาคือช่วงใด ( ข้อนี้ดูๆแล้วถ้าเคยเห็นจะไม่ยากนะเพคะ )


2006/Apr/22

เข้าค่าย รด. 5 วันมีอะไรบ้าง

วันแรก ทนตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อเตรียมตัวไปที่จุดขึ้นรถของศูนย์ รด. จำได้ว่าน่าจะเป็นสวนเจ้าเชษฐ์ ( เขียนถูกป่าววะ ) ก็เริ่มออกรถของศูนย์และบนรถนั้นคนส่วนมากจะไม่อยากไปเอาซะเลย แหง๋หล่ะไปทรมานใครอยากไปฟะ เมื่อนั่งรถไปถึงก็เที่ยงไปทำความเคารพสถานที่และดู Video ประวัติสงครามเสร็จ ก็นั่งรถต่อไปค่ายเอาเป้ลงวางแบ่งหมวดหมู่ ( จัดมั่วๆตามดวง ) ขึ้นรถไปดูสนานยิงปืนสอนเล็งเป้าสอนท่ายิง อากาศวันนี้ก็ดีอยู่ ไม่ค่อยมีไรมากในวันแรก

วันที่สอง ไปสอบยิงปืนของจริงกระสุน 6 นัด ปืนหนักชิปหาย เสียงลั่นไกลก็ดังสุดๆเล่นเอาหูจะแตก หมวกเหล็กแม่งก็แทบจะดึงกบาลไปข้างหลัง ยิ่งกว่านั้นท่ายิงเป็นท่านอนยิงต้องตั้งศอกขอบอกว่าเจ็บบรรลัย ศูนย์เล็งตอนยิงแล้วจะมีแรงดันปืนก็กลัวกระแทกหน้า แต่ยังดีอากาศไม่ร้อนมากในช่วงเช้านี้ มันส์ดียิงปืน ช่วงบ่ายให้ใส่เสื้อยืดลุยสิ่งกีดขวางคิดแล้วเล่นมันส์โว้ย อันแรกเจอกำแพงประมาณ 4 ฟุตชิวๆ อันสองเจอ 6 ชิวๆ อันสามบ้าแล้วประมาณ 10 ฟุตได้ทำไงฟะ โอ้ตามการ์ตูนเลยพี่น้องต่อตัวปีน ผ่านแล้วก็เจอสะพานท่อชิวๆ ต่อไปก็โหนเชือกชิวๆ และสุดท้ายสะพานไม้แคบโคตรสูงอีกใจสั่นเพราะกลัวความสูงแต่ก็ผ่านและสุดท้ายขึ้นเขาไปกราบไหว้ แต่ก็แกล้งไม่ไหวจึงไม่ได้ขึ้นร้ายกาจมะหล่ะ ที่จริงมันชันมากๆเลยกลัววันนี้ก็มีประมาณนี้แหละ

วันที่สาม แบกสัมภาระขึ้นเขาเหนื่อยบรรลัยหนักอีกแบกปืนด้วยนะ เหอๆ ผ่านไร่ข้าวโพด ( โคตรยาวแล้วกว้าง ) ถึงที่หมายเที่ยงก็กินข้าว ( เห่ยมาก ) เข้าที่พักเก็บของและแล้วก็ลุยอีกแล้ว มีประมาณ 3 ฐาน ฐานแรกให้เอาหลังคลานคิดแล้วกลุ้มไกลประมาณ 50 เมตรแน่นอนเล่นเบื่อไม่มันส์แล้ว ฐานสองคลานต่ำลุยสิ่งกีดขวางทุกแบบก็ยังต้องทำ ฐานสามวิ่งบุกลุยเออไม่ไหวแล้วโว้ย ครูครับผมป่วย ว่ะ55 รอดไป ยังไงก็เริ่มไม่ดีตั้งแต่วันนี้แล้วหล่ะเพราะรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหวแล้วพระเจ้า วันนี้ก็จบลง

วันที่สี่ เป็นการแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ บุกและตั้งรับ ช่วงเช้าได้เป็นตั้งรับ ตำแหน่งที่ได้คือปืนกล คิดในใจว้าวจะได้เห็นของจริงแล้ว เมื่อเจอจริงๆหดหู่ชิปหายแบบว่า "หนักบรรลัย" แล้วถือคนเดียวด้วยนะโอ้ยในใจคิดเวรกำจะมีไรเลวร้ายกว่านี้มั๊ยวะ เสียงครูดังมาว่า "เอาหล่ะพวกตั้งรับไปตั้งรับบนเขา" ในใจโว้ยแม่เจ้าโว้ยมีเลวร้ายกว่าแล้วนะนี่ หนักแบบนี้แบกขึ้นเขาอีกหรอฟะ ตูต้องตายแน่ๆเลย แต่ลองสู้ดูแบกขึ้นมาได้ ก็เวลาสบายและนั่งตั้งรับไม่ทำไรเลย แต่ได้จุดระเบิดกลัวๆเสียวๆ ตอนมันระเบิดนี่โห ขนาดอยู่ไกลแล้วยังมีแรงดันมากระทบตัว คิดแล้วถ้าเอาท้องทับไว้จะเป็นไงวะคงเละ และแล้วเมื่อจบลงในช่วงตั้งรับเริ่มแย่แล้วพี่น้อง แบกปืนกลลงไม่ไหวแต่แบกขึ้นได้ คิดแล้วในใจว่าไม่ไหวแล้วถ้าให้ช่วงบ่ายบุกโจมตีนะตายแน่ และเมื่อกินข้าวเสร็จก็มาช่วงที่จะต้องบุก เพื่อนในหมวดเริ่มเล็งเห็นว่าเราไม่ไหวแล้ว "เฮ้ยเอ็งไปนอนเหอะว่ะ เดี๋ยวเป็นไรจะแย่" เราตอบไปว่าหรอก็ดีนะ ว่าแล้วก็ไปนอนพักซะ มีคนไม่ไหวเยอะเหมือนกานเพราะว่าวันนั้นร้อนมากๆ และแล้วตอนเย็นก็กลับลงที่ค่าย

วันที่ห้า สบายมากๆขอบอกมีแค่โดดหออย่างเดียวสูงทีเดียวเลยหล่ะ กลัวมากขอบอกจึงไม่โดด เพราะเคยโดดตอน ม.3 มาแล้วรอบนึงเข็ดฝังจาย อากาศวันนี้ดีมากๆจ่าย 100 เพื่อรับในประกาศและตราสัญลักษณ์ ( ทุกคน ) เมื่อเที่ยงก็กินข้าวแต่ไม่กินกันเยอะเพราะอยากกลับบ้านกันแล้ว เสร็จมื้อนั้นก็ขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ถึงที่หมายก็ไม่สนแล้วเรียก Taxi กลับเลยแพงก็ช่างมาน ถึงประตูหน้าบ้าน โอ้วนี่หล่ะวิมานของเราที่จากมานาน

Thank You for read & comment

ขอบคุณเพื่อนๆที่ร่วมหมวดหมู่กันมา

ขอบคุณเพื่อนๆที่เป็นเพื่อนคุยในช่วงเข้าค่าย

ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้รอดมาได้

ขอบคุณรูปภาพน่ารักๆจาก BnB

ขอบคุณสำหรับคนเอาน้ำผสมเกลือหยอดจมูก เค็มชิปหาย